คุณพ่อทั้งหลายโปรดทราบ หากภรรยาคลอดบุตร คุณพ่อมีสิทธิ์ลาคลอดได้ 15 วันนะครับ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2555 นายสง่า ดามาพงษ์ ประธานคณะกรรมการโครงการส...

ถึงเวลาพ่อลาคลอด

คุณพ่อทั้งหลายโปรดทราบ หากภรรยาคลอดบุตร คุณพ่อมีสิทธิ์ลาคลอดได้ 15 วันนะครับ

ถึงเวลาพ่อลาคลอด


ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2555 นายสง่า ดามาพงษ์ ประธานคณะกรรมการโครงการสื่อสารฯ ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวในการเสวนา “ถึงเวลาพ่อลาคลอด” ว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2553 ครม.มีมติให้ข้าราชการสามารถลาติดต่อกันได้ไม่เกิน 15วัน ทำการ เพื่อช่วยภรรยาเลี้ยงดูลูกหลังคลอด ต่อมาได้ออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 ข้อ 20 อนุญาตให้ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2555 แต่ยังไม่รับทราบเป็นที่แพร่หลาย ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ปกป้องสิทธิของเด็กในการได้มีโอกาสได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อ และขอให้ข้าราชการได้ใช้สิทธิของตัวเองให้เต็มที่


ทำไมพ่อต้องลาคลอดด้วย?? "เพราะสามารถเป็นกำลังใจที่ดีและแบ่งเบาภาระของภรรยาได้ ซึ่งไม่ได้หมายถึงให้พ่อซักผ้าอ้อม หรือ ดูแลลูกแทน แต่แค่โอบกอดให้กำลังใจภรรยา ก็เป็นสิ่งที่ดีแล้ว"


สำหรับสิทธิการลาคลอดของประเทศต่างๆ เช่น โปแลนด์ให้พ่อลาคลอดได้ 14 วัน นอร์เวย์ 10 สัปดาห์ โดยแชร์จากสิทธิของคุณแม่ พม่า 6 วัน อินโดนีเซีย 2 วัน กัมพูชา 10 วัน เคนย่า 2 สัปดาห์ ส่วนประเทศไทยนั้นก็ไม่น้อยหน้าชาติไหนๆ เพราะเปิดโอกาสให้ลาได้ถึง 15 วัน


ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย กล่าวว่า "ในบทบาทคุณแม่ลูกสองตนมีความตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวให้ครบ 6 เดือน เพราะนมแม่เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามีประโยชน์ต่อลูกมาที่สุด ซึ่งก็สามารถเลี้ยงดูลูกทั้งคู่ด้วยนมแม่สำเร็จ เนื่องมาจากมีสามีเป็นกำลังใจที่สำคัญประกอบกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นหน่วยงานแรกๆที่ออกกฎระเบียบตั้งแต่ ปี 2551 สนับสนุนให้พ่อสามารถลาคลอดมาช่วยภรรยาเลี้ยงดูบุตรได้เป็นเวลา 10 วัน ทั้งนี้เนื่องจากมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ภายในกรอบของสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะออกจากระบบราชการแล้ว"


ทั้งนี้ผศ.ดร.ปารีณา ยังได้กล่าวอีกว่า  “กฎหมายการลาคลอดได้ครั้งหนึ่งติดต่อกันไม่เกิน 15 วัน มีผลบังคับใช้กับข้าราชการเป็นมุมมองใหม่ของรัฐบาลที่มีต่อสังคม ซึ่งหากรวมวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ข้าราชการจะได้หยุดนาน 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเวลานานมากทีเดียวที่ให้สิทธิข้าราชการ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ควรช่วยกันกระตุ้นให้สังคมมีค่านิยมที่ถูกต้องในการช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว ส่งเสริมให้ข้าราชการใช้สิทธิของตัวเอง ก็จะทำให้ดูเป็นคนอบอุ่นเป็นแฟมมิลี่แมน ทำให้คนที่เป็นผู้บังคับบัญชาเข้าใจและอนุญาตให้ลาคลอดได้ ส่วนกรณีของการเกรงว่า ข้าราชการจะขอใช้สิทธิ์ลาหยุดแต่ไม่ได้ไปช่วยเลี้ยงดูลูกดูแลภรรยาจริงๆนั้น ก่อนที่จุฬาฯจะออกระเบียบก็มีข้อกังวลนี้เช่นกัน และมีข้อเสนอให้มีหนังสือรับรองจากภรรยา อย่างไรก็ตาม กรณีที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องของคนส่วนน้อย อย่าทำให้พฤติกรรมไม่ดีของคนส่วนน้อยมาบดบังโอกาสของคนส่วนใหญ่ที่จะได้รับ ประโยชน์ดีกว่า”


ทางด้านนางสาวกิรกมล ฉายบัณดิษฐ์ จากมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า "ปัจจุบันผู้หญิงสามารถลาคลอดได้ 3 เดือน ขณะเดียวกันผู้ชายก็สามารถลาคลอดได้ 15 วัน ส่วนตัวคิดว่าน่าจะให้เวลาผู้ชายมากกว่านี้ในการปรับตัวดูแลลูก เพราะเด็กไม่ได้เลี้ยงแต่ตัวต้องเลี้ยงหัวใจด้วย ขณะเดียวต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ เพราะไม่ใช่ผู้ชายจะเป็นหัวหน้าครอบครัว หรือหญิงเป็นแม่บ้าน ทำงานบ้านเลี้ยงลูกได้อย่างเดียวแต่สามารถที่จะสลับบทบาทกันได้ ผู้หญิงอาจทำงานนอกบ้านได้ สามีทำหน้าที่เป็นพ่อบ้าน"


นอกจากนี้นายสง่า กล่าวด้วยว่า "สำหรับการขับเคลื่อนกฎหมาย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัตินั้น ขอให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังโดยส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้หน่วยงานที่อยู่ในสังกัดรับรู้สิทธิของตนเอง และขอเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันให้ภาคธุรกิจ ภาคเอกชนให้ได้รับสิทธิเช่นเดียวกับข้าราชการ รวมถึงหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้คุณค่าเห็นความสำคัญ ผู้บริหาร หัวหน้างานอนุญาตให้ลางานได้โดยไม่ตำหนิผู้ใต้บังคับบัญชา"


เมื่อคุณพ่อได้สิทธิ์นั้น ก็จงใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่สำหรับลูกและเมียนะครับ


ถักรัก ทอสายใย เชื่อมหัวใจในครอบครัวกับ http://family.truelife.com 

Created Date : Feb 21 , 2012